Perfil de 13th: ll You're on 13th redm...FotosBlogListasMás ![]() | Ayuda |
|
17 octubre 236.5 : : TAG mailHi there. This is my A-Z list...what's yours? A... [ A grade ].. I need it as many to support my GPA.. --*-- B... [ bead ] & [ Bond ].. It doesn't matter mean. Just.. Just you ~ C... [ Coward ] Sometime I feel it inside., [ Crescent ] D... [ Deal ] Live as chess.. E... [ Eh ~ ] F... [ FAKE ? ] So miss them and way they cry the song. G... [ 걸음을 멈추고 ] My favourite song. H... [ Hate you, Love you ] Another favourite song., It talk about the one that you get tried and tired of but you deeply love her. And you tell her not to walk away. I... [ I ] I am.. [ Iriver ] Hee~ a new toy ~ ^_________^ J... [ J ] vegetarian festival --*-- K... [ KH ] L... [ Love ] 恋することが 難しいからね。[ Hate you, Love you ] と 同じ感じる。。 M... [ Maze to the Haze ] .. [ Maysa, MAZE ] So miss you. N... [ paraNOID ] [ Now ] O... [ O_o !!! ] P... [ ポケ ! ] Q... [ Quater ] R... [ Risk ] Dealing with more fun ~ S... [ ฉิบหาย ! ] T... [ TOTORO ] I love it also. U... [ You ] [ U_U ] V... [ We ] You and me, it doesn't mean [ we ] anytime. W... [ Why ? ] X... [ X JAPAN ] My start point. Y... [ やった ! ! ! ] [ Ya ! ! ] Z... [ Sneezes ] I love [Z] lphabet at the middle. 236 : : Sleepless me..นอนไม่หลับเหมือนหัวเรื่องนั่นแหละครับ..
ผมกำลังคิดถึง.. ถึงอะไร ? ไม่รู้ มันเต็มไปหมด
ไม่มีการจัดระเบียบะไรทั้งนั้น เพราะมันเป็นเวลาที่ผมควรจะนอน
ผมก็ยังนั่งตาค้างอยู่ตอนนี้ ดูทีวีบ้าง พิมพ์อะไรไปก๊อกแก๊กๆ แล้วก็ลบมันออกไปบ้าง..
หรือจริงๆแล้วผมควรจะนึกถึงบ่าวตาหวานมากกว่าบ่าวคม ???
ไร้สาระไปแล้ว.. มีแค่บ่าวตาคม วันๆก็ไม่มีอารมณ์จะไปคิดเรื่องอื่นแล้ว..
เคยมีคนบอกว่าผมเหมือนคนที่มีตัวเลือกเต็มไปหมด แต่ไม่ยอมพูดออกมา
แถวบ้านเรียกกั๊ก.. ไม่รู้ว่าส่วนไหนเหมือน เพราะจริงๆแล้วมันไม่มี --*--
อย่างน้อยที่รู้คือผมไม่ได้กั๊กใครเอาไว้ก็แล้วกัน.. -- --
อีกอย่าง.. ถ้ามีใครซักคนกำลังเข้าใจว่าผมกิ๊กใคร
ผมว่าคนพวกนั้นคิดว่าผมเป็นทอมแหง --*--
ช่วยเลิกผลักไสผมไปเพศอื่นซักทีเถอะ --*--
ที่เรียกตัวเองว่าผม ก็เพราะไม่รู้จะเรียกอะไร "เฟริน" ?? ประกาศตัวไปป่าว "หนู"? แบ๊วไปละ --*--
"ฉัน" ? กระดากอ่ะ ปกติพูดหยาบโดยสันดานเถอะที่รักทั้งหลาย
เมื่อกี้พยายามจะนอน เพราะวันนี้ต้องออกไปข้างนอก.. พรุ่งนี้ก็ต้องทำแบบ --*-- หาเรื่องใส่ตัวไปป่าววะ
นอนไปแหมะๆ แล้วมันก็ไม่หลับ.. ลุกมาเขียนบันทึกการเดินทางตามคำพูดของพี่อาร์ต..
แหม.. อนนี่ ~ คิดว่าที่พี่อาร์ตอยากให้เขียนถึง น่าจะเป็นเรื่องที่ไปเยี่ยมบ่าวตาคม
เพราะมันดูเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายของเราทั้งคู่ ทั้งคำว่าโชคดี ของทุกๆคน
มันทำให้ผมยิ้มไปหลายเดือน หลายวัน ( ยังไม่ถึงปี --*-- )
คิดถึงบ่าว... บ่าวตาคมกลับมาอย่างเข้มแข็ง ยิ้มแย้มแจ่มใสน่ารัก คริ ~
ผอมจนเหลือแต่หัวให้พี่โอเล่หันมากัดผู้สาวคนนี้ว่า "ทำไมพี่มันกลมนัก ทั้งที่น้องผอมขนาดนั้น"
น้องผู้สาวคนนี้.. กินปลาหมึกวันละ 4ไม้ ติดกันสองอาทิตย์... เหนียงงอกเลยพี่น้อง !!!!!!!!!!!!!!!!!
แต่ตอนทำโปรเจค น้องผู้สาวก็เหลือแต่ซากไม่แพ้น้องผู้บ่าวหรอก..
ว่าแล้วก็อยากกินปลาหมึก.. เหนียงมันจะงอกอีกมั้ยอ่ะ อันเก่ายังเอาออกไม่หมดเลยอ่ะ T____T
การอดนอนทำให้เกิดอาการย้ำคิดย้ำทำ เหมือนที่ผู้สาวคนนี้เป็น --*--
เมื่อสองวันก่อน พี่โอเล่โทรมาบอกว่าจะไปเยี่ยมน้องๆ ( น้องพี่ทั้งหอ แต่มันทั้งพี่ เพื่อน น้องหนูเลยนะ -- -- )
*โทษนะ.. ตอนนี้ True music มันขึ้นหัวข้อ sms chat ว่า... แฟนแบบไหนที่ไม่อยากคบ... โทษนะ ถ้าไม่อยากมี กูก็ไม่เริ่มตั้งแต่คบแล้วเว้ย.. *
พี่สาวโอเล่เลยถามว่า จะฝากอะไรให้น้องผู้บ่าวไหม.. ตอนนี้น้องผู้สาวถึงกำลังมึนงง กับชีวิตอย่างหาที่เปรียบไม่ได้..
เอาไปเยี่ยมแล้วฝากจูบปากมันทีเด๊ะ --*-- งี้หรอ ? ไม่เอาอ่ะ ปากน้องผู้บ่าว น้องผู้สาวไม่ให้เว้ย --*--
ใครจะไปคิดว่าน้องผู้สาวที่เก่งมาตลอด 21ปี มันจะทำได้แค่ใบ้โง่ ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ?
คนทั้งโลกลงความเห็นว่าน้องผู้สาวคนนี้แมนมากถึงมากที่สุด
แต่ถ้าเป็นเรื่องของผู้บ่าวตาคม มันจะกลายเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวนิดเดียว
( พูดให้ดูดีไปงั้น เพราะฝ้ายมันบอกว่าเป็นแค่เป็ดน้ำตาคลอ !!!!!!!! )
ยังไม่ได้ซื้อบอดี้สแลมเลย ใครก็ได้ซื้อให้หนูหน่อย.. อยากได้คุมิโกะจังด้วยอ่ะ
อยากแปลเพลง..
" ชีวิตแค่โดนทำร้าย แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย
แค่วันนี้หัวใจสลาย .. " มันจะเป็นวงเดียวในโลกหรือไม่ที่ยังคงใช้คำเล่นคำ
น่าสนใจดีป่ะละ เรื่องที่เฟรินชอบ ของที่เฟรินชอบ คนที่เฟรินสนใจ เคยธรรมดาป่ะล่ะ !????!
ผมจะพิมพ์มันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเวลาออกไปข้างนอกนั่นแหละ --*-- ไม่นอนมันแล้ว T____T
แว่บไปกินข้าวเช้า(ตามเวลาท้องถิ่น) มา.. อาหารเจ.. ต่างจากอดอยากตรงไหน --*--
อาหารเจทำรสชาติอื่นนอกจาหวานกับเผ็ดไม่ได้หรือ ??
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไปกินข้าวกับพิรัลยา ณ ZEN
ชุดอาหารเจ.. สุดท้ายต่างคนต่างมองหน้าเหม็นเบื่อข้าวกันไปข้าง !!!!
หวานอ่ะ แล้วมีแต่ผักดอง พิรัลยาเผยความจริงที่ว่า ...
มันไม่กินเต้าหู้ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
โหยยยยยยย อาหารเจไม่ใส่เต้าหู... แล้วแกจะกินอะไร ??
แต่มันหวาน --*-- ทำไมถึงีแต่ของกินหวาน ๆ..
เมื่อซักสองสามวันก่อน แห้งตายคาโซฟา เพราะว่า.. มันไม่มีอะไรจะกิน --*-- เศร้าไปแล้ว..
เบื่อแล้วอ่ะ.. ไม่รู้จะพิมพ์อะไรนักหนา.. ฮี่ --*-- ไปนอนร้องเพลงบนห้องต่อก็ได้ -- -- 16 octubre 235 : : notitle ~สิ่งที่ผมรักที่สุด คือ..
.. ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่นึกถึง ผมจะมองเห็นคนๆ นั้น. ไม่ว่าเมื่อไหร่ ..
ครับ. เอะอะคิดไรไม่ออก notitle ทุกทีน่ะแหละ --*--
เปล่า. แค่นึกถึงบ่าวตาคมขึนมาเท่านั้นเอง..
เคยไม่คนบอกว่า.. พรหมลิขิต คือ คนที่ทำให้เราอยากจะพยายาม ..
ไม่ใช่คนพิเศษอะไรหรอก ไม่ใช่ฟากำหนดหรืออะไรทั้งนั้น
แค่คนหนึ่งคน ที่ทำให้เรารูสึกอยากจะพยายามทำเพื่อคนหนึ่งคนนั้น ..เท่านั้นเอง 14 octubre 234 : : วันฝนตก ~ผมชอบวันฝนตก.. มันเย็น ผมชอบลมเสมอ และชอบน้ำอีกต่างหาก ครึ ~
วันนี้ฝนตกหนัก หนักๆ
คลื่นมหาชนเสื้อแดงก็ยังคงทนรอคอยเทพเจ้า 5ตนอย่าใจจดจ่อ
ข่าวว่าหล่อชิ้งกินใจ ฮ่า ~ ผมดีใจที่ผมไม่ต้องรอซุปเปอร์จูเนยร์ใรเวลาแบบนั้น
แม้จะพูดแบบนั้น มันก็เป็นเรื่องที่น่าประทับใจที่มีคนหลายคนรวมตัวกันเพื่อสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นขึ้นมา
เหล่ามหาชนเสื้อสีแดง ไฟท์ติ้ง ! ! ! ~
พี่ๆ ของผมจะเป็นอย่างไรบ้างนะ แล้วเพื่อนสาวของผมล่ะ
ขอให้ปลอดภัย และรักษาสุขภาพด้วย ผมคงไม่มีปัญญาแจกจ่ายความเป็นห่วงมันได้ทุกคน แต่พยายามเข้านะครับ
ป่วย.. ปวยมันทั้งปีทั้งชาติ ขยันรียนเท่าขยันป่วย คงได้เกียรตินิยมอย่างงาม
ยาลดไข้ 4 แก้อักเสบ 3+2 ยาฆ่าเชื้อ 4 ไมเกรน 1 อาหารเสริม 3+1 ...ยาปรับสภาพวันเว้นวัน
.. ไตผมจะเหลือสภาพถึงอายุเท่าไหร่ ?
อากาศเย็นๆ อยากกินเค้กสตอเบอร์รี่ !
13 octubre 233 : : A Whole New WorldI can show you the world Shining, shimmering, splendid Tell me, princess, now when did You last let your heart decide? I can open your eyes
Take you wonder by wonder Over, sideways and under On a magic carpet ride A whole new world
A new fantastic point of view No one to tell us no Or where to go Or say we're only dreaming A whole new world
A dazzling place I never knew But when I'm way up here It's crystal clear That now I'm in a whole new world with you Now I'm in a whole new world with you Unbelievable sights
Indescribable feeling Soaring, tumbling, freewheeling Through an endless diamond sky A whole new world
Don't you dare close your eyes A hundred thousand things to see Hold your breath - it gets better I'm like a shooting star I've come so far I can't go back to where I used to be A whole new world
Every turn a surprise With new horizons to pursue Every moment red-letter I'll chase them anywhere There's time to spare Let me share this whole new world with you A whole new world
That's where we'll be A thrilling chase A wondrous place For you and me 12 octubre 232 : : ...เอ่อ.. --*--เอ่อ.. ขอโทษนะ.. ปกติสเปซมันก็เปิดยากพออยู่แล้ว จะเพิ่มไอเท็มให้โหลดยากกว่าเดิมไปทำไม --*--
ไม่ได้มีเงินเดือนเป็นแสนมาอัพคอม เพื่อแค่พิมพ์สเปซที่ไม่มีคนอ่านหรอกนะ --*--
ตั้งใจนอน แต่มันนอนไม่หลับ ครึ -- --
จะไปมีเรื่องอะไร้ ~ ไม่พ้นเรื่องเดิม
บ่าวตาคม หน้าโฉดเหมือนลูกชายเจ้าของแกงค์มอไซต์.. ชีวิตนี้ก็มีอยู่คนเดียว..
ด้วยความเซ็งถึขีดสุด ผมตัดสินใจไปนอน ปิดไฟ หลบตา แผละ !
แผละ แผละ ! แผละ !
มันไม่หลับ -- -- ทำไงดี บ่นไปหูก็เงี่ยฟังเพลงที่เปิดคลอเอาไว้
.. รู้ ทั้งๆ ที่รู้ดีแก่ใจว่าไม่ได้ แต่มันไม่รู้ ไม่รู้เลยว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ..
.. เพียงแค่หนึ่งครั้งเท่านั้นที่รักผม ..
.. เพียงแค่ลองนึกถึงผมซักวินาที ..
.. เพียงเท่านั้นเอง ..
แค่คำพูดที่ว่า รู้ดีแก่ใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่รู้จะห้ามใจยังไงมันก็ร้าวไปทั้งอก
แล้วเพลงต่อมาความร้อนจากไหนผมไม่รู้ มันแล่นปราดล้อมทั่วทั้งกระบอกตา
.. ทั้งที่อยากจะเกลียด อยากจะลืม แต่หัวใจมันกลับรักเธอมากขึ้นในทุกวินาที ..
คุณครับ.. ใครเอาลิสต์แรนดอมเพลงมานั่งในใจผม ?
ผมอยากรู้นัก ทำไมมันสาดเอา ซ้ำเอาจนจุกจนเบบไปขนาดนี้..
ฮึ่ย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 29 septiembre 231 : : ป่วยๆ *ทั้งความหมายตรงและแฝงทางนัยยะ**วันนี้.. โหมดหยาบคาย ใครไม่อยากอ่านให้ระคายตาก็ข้ามไปเลย.. *
ป่วยทางจิตว่ะ เชี่ยเอ๊ย ! แม่งนึกว่าจะเลิกบ้าไปตั้งแต่เมื่อวาน ทำไมวันนี้มันต้องมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกวะ
ก็พอจะเข้าใจสัจธรรมโลกไม่ยุ่งแล้วได้มะ อยากได้จากกูเมื่อไหร่ก็บอกละกันนะ ไม่เข้าไปเสือกโดยไม่จำเป็นแล้ว
จะน้อยใจ จะเสียใจ อยากเป็นอะไรก็เชิญ.. จะตอแหลซอฟท์ให้ เอาเท่าไหร่ก็บอก !!!!!!!!!
เมื่อวานป่วยหนัก เพราะป่วยทางกายรึเปล่าไม่รู้ จิตเลยป่วยตาม ต้องโทรไปฟื้นฟูสุขภาพจิตกับพี่อาร์ต
แน่นอนว่าพี่อาร์ตได้ตอบรับสายโทรเข้าของน้องสาวคนนี้อย่างอบอุ่นเป็นเวลา 1ชั่วโมง 20นาที
อนนี่ ~ อย่างน้อยอาร์ตอนนี่ก็ไม่บอกว่าผู้บ่าวเป็นเรื่องไร้สาระ และความพยายามของผมต่อสิ่งต่างๆ เป็นเรื่องที่ดี
ทำให้ไม่ต้องฝันร้ายไปหนึ่งคืน..
รู้สึกดีที่มีพี่อาร์ตอยู่บนโลก ผมไม่รู้ว่าอีกหลายวัน เดือน ปีผ่านไปมันจะเป็นยังไง
แต่ผมก็อยากให้ความรู้สึกขอบคุณสิ่งดีๆ บนโลกมีอยู่นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
รู้สึกภูเขาที่มันกองๆอยู่ หนักกว่าไขมันที่อยู่น่องอีก --*-- เชี่ย... เรื่องเหี้ยๆ ทั้งนั้น
บางทีผมอาจไม่เคยพูดมันออกมาก็ได้ ผมเกลียดโลกใบนี้ เบื่อมันเต็มทีแล้ว ผมไม่เข้าใจว่าเรื่องบ้าๆ พวกนี้มันเกิดจากอะไร
ผมนึกไม่ออกว่าทำไมทุกๆ คนถึงมองไม่เห็นมัน หรือจริงๆแล้วทุกคนมองเห็นมันแต่พยายามจะหลบเลี่ยง หรือไม่ใส่ใจ
ผมไม่รู้ ไม่เข้าใจ นึกไม่ออก คำว่าสัจธรรม ความเป็นจริง ธรรมชาติ เรื่องธรรมดา เป็นคำที่มีไว้เพื่อให้เราเพิกเฉย และไม่ต้องใส่ใจต่อสิ่งเหล่านั้นหรือ ?
ผมไม่ต้องการจะกล่าวโทษใคร เพราะผมว่า คนที่กำลังมองเห็นมันและรู้สึกต่อมัน ก็กำลังเศร้าด้วยกันทั้งนั้น
คนทุกคนแบกรับความเศร้าเอาไว้ไม่ต่างกัน .. ผมว่านะ
มันเศร้าถ้าต้องกล่าวโทษใคร ในเมื่อผมเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าใคร พากันสกปรกแบบนั้น ใช้ได้ที่ไหน..
แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็เกลียดที่มันไม่เคยเปลี่ยน ทุกคนยังคงเหยียบย่ำบนความเศร้านั่นซ้ำๆ
หรือเพราะพวกเราเศร้าเกินกว่าจะสนใจความเศร้าของโลกใบนี้ ที่แบหกรับความเศร้าเหี้ยๆ ที่มันทับถมกันอยู่ ?
ถ้าไม่มีผู้บ่าว และคนที่ทำให้ผมได้เห็นเรื่องดีๆ และมีความรู้สึกขอบคุณต่อโลกใบนี้ ผมคงกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่อง ทำลายล้างโลกนี้ไปแล้ว..
ตอนนี้ผมเริ่มไม่อยากมีอนาคต แค่อยากนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลแล้วมีผู้บ่าวตาคมนั่งเฝ้าไข้ข้างๆ (ฝันละ)
ผมอยากได้แค่นั้น โลกมันจะเศร้าแค่ไหนก็ช่างแม่ง แค่ยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้ผู้บ่าวและคนที่ทำให้โลกของผมไม่เศร้า..แค่นั้น
เงินเดือนไม่เอาก็ได้ แค่อยากยิ้มให้ได้ไปวันๆ มันคงเป็นคำขอที่มากเกินกว่ามนุษยชาติจะขอได้.. ผมเริ่มเชื่อแบบนั้น
จริงๆแล้วผมเลิกเชื่อในสิ่งอื่นตั้งแต่อายุ 11 ( ถ้าจำไม่ผิด )
ไม่ว่าจะเทวดา หรือพระผู้เป็นเจ้าอะไรก็ตามแต่ บางครั้งผมอยากเชื่อ แต่หลายครั้งที่ผมเชื่อไม่ได้
ผมจำไม่ได้ว่าในตอนนั้นผมขออะไรต่อสิ่งที่เรียกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ผมขอมันมาตลอด และไม่เคยได้มันกลับมาเลย
ผมเลยเลิกสนใจ และเพิกเฉยต่อการอ้อนวอนใดๆ
จนถึงอายุ 21 เวลานี้ ผมเริ่มหมดศรัทธาในสิ่งที่เรียกว่า "คน" ไปด้วย มันเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่มันก็ยังเกิดขึ้น
ผมยังคงเชื่อโดยสนิทใจว่า เรื่องของวันนี้ พรุ่งนี้ และเมื่อวาน ไม่มีความสัมพันธ์กัน สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจเป็นเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้ในวันพรุ่งนี้..
ดังนั้น นอกจากตัวเองแล้ว ผมไม่เคยวางใจเชื่อในสิ่งอื่นได้อีกแล้ว มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมไม่แน่ใจ
พอเถอะ.. ผมควรจะไปอ่านหนังสือมากกว่าสนใจความรู้สึกบ้าบอที่ทำให้ฝันร้าย เชี่ยเอ้ย ~
25 septiembre 230 : : no-title ~ไม่มีหัวข้ออีกหนึ่งครั้ง ~
เพราะมันไม่มีอะไรพิเศษเกิดขึ้น มีแค่รอยยิ้มให้แดด ลม ฝนในวันนี้เท่านั้นเอง
ทำไมกันนะ...
ผมก็แค่อยากจะคิดถึงมัน แล้วยิ้มให้กับมันเท่านั้นเอง..
เท่านั้นจริงๆ ต้งแต่เมื่อวานที่อยู่ดี พอเดินเข้าไปกินข้าวใน MK ก็เปิดเพลง Endress Moment
ได้เห็นรอยยิ้ม ของคนที่อยากจะเจอ
วันนี้ไปเดินเล่น ลองเสี่ยงดวงดูกับของเล่นะไรซักอย่าง.. ผมไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร
แต่คำทำนายที่มันออกมาคือ Come closer ล่ะ...
คุณว่า.. คำอธิษฐานของผมมจะใกล้ความเป็นจริงเข้ามารึยังนะ..
เรื่องน้ำเน่าแบบนี้ กลับทำให้วันนี้ของผม มีรอยยิ้ม ..แปลกดีนะ..
ผมก็แค่ชอบมองรอยยิ้ม ของเด็กตาคมคนนั้นเท่านั้นเอง 24 septiembre 229 : : All I NeeD is 叶うお願い。。คุณ.. เคยอธิษฐานไหม..
คำขอ คำอิษฐาน.. อะไรพวกนั้น
คุณอยากให้มันเป็นจริงไหม..
ถามโง่ๆ เนอะ ใครๆก็ต้องอยากให้คำอิษฐานของตัวเองเป็นจริงแน่อยู่แล้ว..
แม้แต่ผมเองก็เถอะ..
คำอธิษฐานในวันคริสมาสต์.. ผมไม่ใช่คริสตังหรือคริสเตียนนี่.. แล้วคำขอของผมจะเป็นจริงได้ไหม
ขอกับพระผู้เป็นเจ้าหรือ ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย ผมเป็นเด็กไม่ดีนี่ ก็ในเมื่อผมเป็นทั้งพินอคคิโอ หัวขโมย แล้วอะไรอีกตั้งหลายอย่าง
แต่ผม.. อยากให้มันเป็นจริงนะ
ทำยังไงดีนะ ผมควรจะทำยังไงดี
『 好き。。 』って しか 言たくない から。。気持ちが、せんぶ 君に 置きたいから。。 13 septiembre 228 : : " No-Titleเราไม่เจอกันนานทีเดียว นิขขิคุง...
ขอบคุณพิรัลยาที่ลงนามด้วย ~ .. ดูกันไปหลายคน มันเม้นท์คนเดียว.. นี่มันบล๊อกผีสิงหรือ ??
นิขขิคุง.. เราต้องทำพิธีเชิญวิญญาณไหม ??
เอาเถอะครับ.. ไม่ใชเรื่องเลยที่จะเอามาประชดกันแบบนั้น..
ผมแค่เซวเล่นเท่านั้นเอง...
จริงๆแล้ว.. ผมเข้ามาหานิขขิคุงเหมือนกกันนะ เพียงแต่ไม่ไดเขยนอะไรลงไป..
เพราะว่า.. นั่นสินะ.. เพราะอะไรกันนะ..
ผมก็แต่เศร้าเท่านั้นเอง.. ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงเศร้า
ผมกแค่รู้สึกแบบนั้น.. 24 agosto 227 : : น้องนางกลับบ้านนา ~วันนี้เพิ่งได้เข้าใจ ความรู้สึกแบบนั้น ~
ความรู้สึกเหมือนคำพูดที่ว่า - ถ้าอยู่เมืองกรุงมันทุกข์ใจนัก ก็กลับมาบ้านนาของเราดีกว่า -
แม้ว่าเฟรินจะไม่มีบ้านนา และไม่ได้กลับไปไหนก็เถอะ ..
เพราะว่าโหลด NEWS [ Never Ending Wonderful Story ] ให้พิรัลยาแล้วดูถึงเข้าใจความรู้สึกนั้น
หลังจากหลงอยู่ในวังวนของเกาหลีมานาน มันหนักหนานะ ..
ยอมรับเลย ว่าตอนแรกหนีไปเกาหลีเพราะปวดจิตกับพายุใจร้าย
และเพราะเหตุผลแบบนั้น มันทำให้เกิด - ความคาดหวัง -
และ - ความคาดหวัง - มันทำให้หายใจไม่ออกในที่สุด..
วันนี้นั่งดูคอน NEWS ได้ยินภาษาที่คุ้นเคย ถึงจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็พอฟังออกและคุ้นหู
เพลงที่เคยร้องได้ พอหลับมาฟังใหม่แล้วเข้าใจความหมายมากขึ้น
มันรู้สึกอบอุ่นกว่า เหมือนได้กลับบ้าน กลับมาเจอคนเก่าๆ เพื่อนเก่าๆ
ไม่รู้สิ.. ตอนกลับมาดูพายุใจร้ายมันก็ยังไม่รู้สึกแบบนี้
คงเพราะมีเรื่องของ - ความคาดหวัง- เข้ามาเกี่ยวกระมัง
ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมากแล้ว.. จริงๆ มันสบายใจ ไม่เก็บกดเหมือนที่รู้สึกมาได้สักพัก รู้สึกมาตลอด
ความคิด ความมั่นใจในตัวเองแบบเดิมๆ มันกลับมา
ไม่ใช่ความมั่นใจแบบข้างๆคูๆ เพื่อปลอบใจไม่ให้ตัวเองกลัวเหมือนที่ช่วงนี้ทำ
ใจมันเบาโดยแท้จริง ~
ทั้งที่คนเราอยู่ได้ด้วยความหวัง แต่ความหวังของเฟรินมันกลับทำให้ผมหายใจไม่ออก
ทำให้ฝันร้ายติดกันหลายครั้ง หลายคืน ทำให้ยิ้มแบบฝืนๆ ไปวันๆ
เฟรินไม่รู้หรอก บางทีก่อนนอนคืนนี้ ผมอาจจะกลับเข้าสู่ความคาดหวังบ้าๆ พวกนั้นอีกก็ได้ ด้วยความไม่เสถียร..
แต่อยากน้อย วินาทีนี้ มันสบายใจ.. จริงๆ
บางที เฟรินอาจไม่อยากคิดถึงผู้บ่าวสักพัก แม้จะอยากรักต่อไปเท่าไหร่ แต่ใจที่ปวดหนึบมันอ่อนล้าลงทุกวินาที
ถึงจะเป็นแบบนั้น ถึงจะพูดแบบนั้น เฟรินรักผู้บ่าวนะ และอยากจะรักต่อไป ผมไม่คิดจะเลิกรักเพราะความทรมาน
แต่เฟรินกำลังพยายามรักโดยไม่ทรมาณ มันต้องมีวิธีสิ ..
ความรักที่ไม่ต้อง -คาดหวัง- รักเพียงเพราะอยากจะรัก และมีความสุขที่ได้รักและให้ แบบนั้นแหละความรักที่อยากมีให้กับผู้บ่าว
ตอนแรกมันก็เป็นแบบนั้น ผู้บ่าวยิ้มเฟรินก็ยิ้ม ผู้บ่าวทำหน้านิ่งเฟรินก็หัวเราะ แล้วหาทางให้มันยิ้มได้อีก
ตอนที่ให้เตียงของเล่นไปเพียงแค่ผู้บ่าวขอบคุณ เฟรินก็อมยิ้มได้เป็นเดือนๆ
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่.. เฟรินกำลังมองหาความั่นใจ มั่นใจอะไรก็ไม่รู้ ทั้งที่ที่ผ่านมาผู้บ่าวก็ยังคงเป็นผู้บ่าว ผู้บ่าวไม่ได้เปลี่ยนไป ความรักของเฟรินมันก็ยังคงเป็นรัก
แต่มันไม่มั่นใจเพราะความ-คาดหวัง- บ้าๆพวกนั้นนั่นแหละ ผู้บ่าวไม่ได้ผิดอะไรเลย ผู้บ่าวไม่ได้เปลี่ยนไปเลย ผู้บ่าวยิ้มได้ เฟรินก็ควรยิ้มไม่ใช่หรอ ?
เพราะแบบนั้น.. แสดงว่าความรักของเฟรินมันกำลังเดินไปผิดทางไม่ใช่หรือ ? ถ้าเป็นแบบนั้น เราจะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิม
เป็นความรักที่เฟรินยิ้มได้ และไม่มีการโยนบาปให้ผู้บ่าว
สำหรับเฟริน การเลิกรักไม่ช่วยอะไร และที่สำคัญเฟรินไม่อยากรักใครคนอื่น ..
เฟรินไม่อยากยิ้มให้คนหนึ่งคน ทั้งที่อีกใจกลับคิดถึงใครอีกคน.. แบบนั้นมันเศร้าเกินไป
ทุกอย่างในโลกมันจะเป็นจริงหรือไม่ เพียงแค่ยิ้มให้กับมันได้ ไม่ว่าวันไหนมันก็จะไม่เป็นไร
ความสุขที่ได้ทำเป็นเรื่องสำคัญนะ
ไม่ได้บอกว่า -การคาดหวัง- หรือ -ความหวัง- เป็นเรื่องไม่ดี มันดี ดีมากๆด้วย
แต่สำหรับเฟริน เรื่องบางเรื่องยอมรับเถอะว่า เฟรินไม่ได้ปกติเท่าที่ควร..
เฟรินเป็นคนคาดหวังอะไรแรง แรงมากๆ และต้องมุ่งมั่นกับมันมากๆ
ทั้งที่อีกฝั่งของความรู้สึกเฟรินกลับเป็นคนเรื่อยๆ เงียบๆ มีความสุขแค่มองคนเดินไปมา..
เฟรินเป็นคนมีความเพ้อฝันมากพอสมควร แต่ทั้งที่อีกใจกลับเป็นคนที่ต้องการเหตุผลสำหรับทุกๆเรื่อง
ความขัดแย้งทั้งหมดพวกนี้ มันอยู่ในตัวเฟรินตั้งแต่เด็ก และเฟรินไม่เคยหาตรงกลางของมันเจอเลย
เพราะฉะนั้น.. นิขขิคุงไม่ใข่แค่ที่ระบาย แต่มันเป็นการทบทวนเรื่องราวของความคิดในระหว่างที่พิมพ์ไปด้วย..
หลายอย่าง หลายความรู้สึก มันเกิดขึ้นตอนที่พิมพ์ มันเป็นหนึ่งในการคิดหาทางออกให้ตัวเอง
จนถึงตอนนี้เฟรินไม่รู้หรอกว่า "ตรงกลาง" มันอยู่ตรงไหน เฟรินแค่อยากหาทางออกในแต่ละเรื่องให้ไม่ต้องจบที่ฝันร้าย
คุณพิทยาเคยถามว่า.. มีนิขขิคุงไว้ทำไม พิมพ์อะไร หรือบางคนถามว่าทำไมต้องพิมพ์ไดอารี่ด้วย..
เฟรินไม่ได้พิมพ์มันไว้เพื่อให้คนทั้งโลกอ่าน อยากอ่านก็อ่าน อ่านแล้วมาคุยกันก็ได้ ยกเว้นถามว่าผู้บ่าวเป็นใครคงตอบให้ไม่ได้ *ฮา*
เฟรินไม่ได้พิมพ์มันเพื่อเป็นหลักฐานทางวิชาการ หรือหลักฐานอ้างอิงเวลาเกิดอาชาญากรรม
แต่เฟรินแค่ถนัดพิมพ์มากกว่าพูด ระหว่างที่พิมพ์เฟรินกำลังคุยกับนิขขิคุง ซึ่งก็คือตัวเฟรินเอง เฟรินกำลังพูดกับตัวเอง..
หลายครั้ง เฟรินไม่ได้เขียนว่าเกิดอะไรขึ้นในหนึ่งวัน แต่เฟรินพูดถึงว่าเฟรินกำลังคิดอะไร รู้สึกอย่างไร
ทุกๆ วันที่พิมพ์ มันคือหลักฐานการเจริญเติบโตทางความคิด และเป็นสาราณุกรมเวลาที่เฟรินหาตัวเองไม่เจอก็เท่านั้น
จะมีก็แต่บางครั้ง ที่เฟรินเห็นว่ามีคนเข้ามานบ้าง และเรื่องบางเรื่องที่คิดว่าจเป็นประโยชน์บ้าง ก็จะเก็บมาเล่าให้ฟัง
นิขขิคุงของเฟรินไม่ได้เท่ไปกว่าใคร ไอเท็มไม่เยอะ แต่มันคือคำพูดของเฟรินในทุกๆวัน ความคิดของเฟริน
ตัวตนของเฟริน และแน่นอน มันหมายถึงความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่งหากสัมผัสได้
วันๆ หนึ่งคนเราคิดอะไรเป็นพันล้านเรื่ง แล้วคนที่เอาแต่มองนกมองฟ้า คุณคิดว่าความคิดมันจะอัดแน่นเท่าไหร่กันนะ ~
ทั้งที่ปกติไม่ใช่คมาอธิบายเหตุผลเท่าไหร่แท้ๆ พล่ามมากไปรึเปล่านี่ --*--
พูดถึงเรื่องของความคาดหวัง..
เมื่อวานเพื่อนของผม กระแทกผมด้วยคำว่า "ไม่เป็นไรหรอก กูคงคาดหวังมากเกินไป"
ผมพยายามสงบ แล้วมันก็จบที่ฝันร้าย... ทั้งที่ฝันร้ายเป็นอันดับต้นๆของสิ่งที่ผมกลัว
ผมว่าบางทีตอนนี้มันกลายเป็นอันดับหนึ่งไปแล้ว..
คำพูดของเพื่อนผมทำให้ผมคิดถึงคำถามของมิสเตร์ยอดเยี่ยม "เพื่อนกับคนรู้จักต่างกันตรงไหน"
ตอนแรกผมคิดว่า
"เพื่อน คือคนที่ผมให้ความสำคัญ อยากให้ อยากคุย เวลาเบื่อ เวลาเสียใจ เวลาหัวเราะแล้วอยากโทรไปหา เวลานั่งกินข้าวกันแล้วไม่อึดอัด"
ซึ่งผมไม่ใคร่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายอยากให้ความสำคัญกลับมาหรือไม่ ถ้าถามว่ามันต่างจากคนรักตรงไหน มันคงต่างกันที่
สำหรับคนรักมันมากกว่าที่เป็นคนที่ผมอยากเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว และผมจะยอมรับในความเห็นแก่ตัวของคนๆนั้น ( นอกเรื่อง )
แต่ตั้งแต่เมื่อคืน ผมเปลี่ยนความคิดแล้ว "เพื่อน คือคนที่เข้าใจเรา และเราเข้าใจได้"
ผมไม่อยากอึดอัดกับความคาดหวังของคนอื่น แล้วบอกว่ามันคือความรักความผูกพัน
ถ้าคุณอยากให้คนที่คุณรักและผูกพันหายใจไม่ออกจนตายก็เชิญเถอะ แต่ผมไม่อยากด้วยนี่..
ความคาดหวังกิดขึ้นได้ ไม่แปลก แต่ทุกอย่างในโลกมันมีที่ทางเป็นของตัวเอง
จนถึงตอนนี้ผมยอมรับว่าผมเลิกคาดหวังกับคนบางคน เรื่องบางเรื่องไปแล้ว ต่อให้สำคัญแค่ไหน
คนก็ยังเป็นคน มีที่ทางและหนทางของตัวเอง
เพราะฉะนั้น การไว้ใจ เชื่อใจ วางใจและคาดหวัง หรืออะไรก็ตาม คิดถึงใจอีกคนบ้างก็น่าจะดี
ผมไม่มีหรอก เพื่อนตายประเภทตายแทนกันได้ แค่ตอบคำถามให้ห้องให้ตอบแทนเพื่อนผมยังขี้เกียจเลย
แล้วไอ่ประเภทที่ว่า ยิ่งสนิทยิ่งไม่ต้องเกรงใจยิ่งแล้วใหญ่เลย ..
ไม่ต้องเกรงใจ แต่ไม่ได้แปลว่าไม่คิดถึงใจกันนะ.. ผมไม่อยากเห็นเพื่อนกังวลใจ เสียใจ ลำบากใจแน่ๆ..
ยอมรับเถอะ เพื่อนเป็นคนไม่ใช่ผู้วิเศษ มันจะได้ตอบรับเยสไปได้ทุกเรื่อง
มันมีช่วงเวลางี่เง่าเฉพาะตัว มีความรั่วไม่เหมือนใคร ถ้าเป็นเพื่อนกันมันมองกันออก มันต้องรู้ว่าช็อตไหนได้ ช็อตไหนไม่ได้
ผมมีเพื่อนไม่เยอะ แต่ผมว่าเพื่อนของผมทุกคน ( แม้เหตุการณ์เมื่อคืนจะเปลี่ยนมันเป็นคำว่าเกือบทุกคน ) ไว้ใจได้
แน่นอน ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า - ไม่ใช่ทุกเรื่อง - คนหนึ่งคนมันมีความพิเศษเหนือใครก็จริง แต่ก็มีบางเรื่องที่แม่งเหี้ยเหนือใคร
ถ้าเป็นเพื่อนกันมันต้องจับจุดได้ แล้วไปด้วยกัน เรื่องบางเรื่องคนนี้ไว้ใจได้ แต่อีกเรื่องคนหนึ่งอาจจะพิเศษกว่า
อย่าไปเอาโลกทั้งโลกวางไว้บนบ่าเพื่อน ยิ่งเป็นเพื่อน อย่าให้มันตายเพราะบ่าร้าวและปอดบวมจนหายใจไม่ออก
พูดแบบนั้นไม่ใช่ว่าอย่าไปไว้จเพื่อน อย่าไปทำให้มันลำบาก เพื่อนมันก็เคยทำเราลำบากเหมือนกัน เราให้มันลำบากบ้างก็ได้
แต่ลำบากอย่างไรให้มันเต็มใจลำบาก ให้มันลำบากแล้วไม่ทุกข์ ไม่อึดอัดจนหายใจไม่ออก
คนเราเกิดมามันเป็นภาระของคนอื่นอยู่แล้วโดยพฤตินัย.. ผมว่านะ
มันอาจจะดูเย็นชานะ แต่ผมไม่คิดว่าผมตายแทนใครได้ เพื่อนก็คือเพื่อน ไม่ใช่เรา
ผมไม่มีประสบการณ์ชีวิตโชกโชนขนาดจะมีเพื่อนตาย แค่มีเพื่อนที่ไปนั่งกินข้าวด้วยกันแล้วไม่อึดอัดจนตายก็ถือว่ามีความสุขพอแล้ว
และผมไม่ต้องการให้ใครมาตายแทนด้วย ถ้ากูต้องตายก็คือตาย มึงตายแทนก็แล้วกูจะเอาลูกที่ไหนไปชดใช้แม่มึง
แล้วกูต้องมางทนรู้สึกผิดอีก ไม่เอาว่ะ กูตายเองได้มึงไปงานศพกูละกันนะ.. กูชอบดอกไม้สีขาวมึงอย่าลืม ถ้าเอาสีอื่นมาก็จะเฮี้ยนให้..
ยิ่งโตไป มีแต่คนบอกว่าไม่โรแมนติก หยาบ.. พี่ครับผมแค่มองมันตรงๆเอง
ถ้ามีคนมาให้ดอกไม้ ใครๆก็ต้องรู้สึกดี แต่ปัจจัยแวดล้มอื่นจะลืมไปก็ไม่ได้
ไม่มีอะไรเป็นทุกอย่างของโลกนะผมว่า.. ทุกอย่างมันประกอบขึ้นมาเป็นโลก เป็นชีวิต
ยาวเกินไปแล้ว.. ง่วง ~
ใครมาอ่านก็ลงชื่อไว้บ้างนะครับ ไม่ต้องเม้นท์อะไรก็ได้ มันขึ้นสถิติมาว่ามีคนเข้า แต่ไม่รู้ใครเป็นใคร --*--
มันหลอน ~ 22 agosto 226.5 : : ไม่ชอบเลย ~ไม่ชอบเลย.. ไม่ชอบเลยจริงๆนะ ~
คนแบบนั้นน่ะ ไม่ชอบเลยจริงๆ ..
ขอโทษที่ช่วงนี้เอาแต่พูดเรื่องที่อาแต่ใจและเห็นแก่ตัว แต่มันคือนิขขิคุงของผมนะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ~
แต่ว่านะ.. ไม่ชอบเอาซะเลย ~
คนแบบไหนกันนะ.. คนแบบไหนน่ะหรือ ???
สังเกตมาได้พักใหญ่แล้ว มันน่ารำคาญ..
หลายครั้งแล้วที่ผมเดินอยู่ข้างเพื่อนผมคนหนึ่ง แล้วคนๆนี่ก็มักมาดินตัดหน้าผมเสียอย่างนั้น !
ใช้ได้ที่ไหนกัน ? ? ?
หลายครั้งที่ผมกำลังคุยกับเพื่อนของผมอยู่ ก็พูดตัดหน้ากันอีกต่างหาก..
ที่บ้านเก็บกดไม่มีใครสนใจหรือ ถึงต้องมาเรียกร้องความสนใจเอาแถวนี้ ?
ตอนเรียนก็เหมือนกัน ช่างจะพูด จะคุย จะนินทาดีจัง..
คำพูดเอาแต่ใจพวกนั้น ผมมองว่ามันเป็นการเรียกร้องความสนใจนะ ไม่ใช่การพูดในระดับปกติ
ลงว่าทำให้ผมรู้สึกไม่ปกติได้นี่.. กรุณาพิจารณาด้วยนะครับ...
ผมไม่ได้นั่งบนหิ้งแล้วด่านะ ผมนั่งอยู่ตรงนั้นแล้วคุณมาทำให้ผมด่าเอง ไม่รับผิดนะครับ ~
แล้วการที่ต้องไปมีส่วนร่วมในทุกเรื่องของคนอื่น แล้วมาพูดเหมือนตัวเองมีความเป็นตัวของตัวเองสูงเริ่ดแบบนั้น
กระดากบ้างเถอะครับ อย่างน้อยก็ถือเสียว่าสงสายคนฟัง มันระคายหู
ถ้าเห็นผมกอดคนอื่น แล้วอยากกอดบ้าง ช่วยไปกอดไกลๆ มันเคืองตา
อย่าลืมนะ... ผมไม่ได้วิเศษไปกว่าใคร แต่ผมไม่คิดว่าใครวิเศษไปกว่าผมเหมือนกัน 226 : : .. ผมที่กำลังเศร้าสร้อย ..นานมาแล้ว.. ความรู้สึกนี้ติดอยู่ในใจของผมนานมาแล้ว..
บางครั้งผมก็อยากจะพูดกับบ่าวตาคมคนนั้นว่า..
.. ถ้าหากแม้เพียงขโมยหัวใจกันไปแล้ว ได้โปรดอย่าขโมยชีวิตของผมไปด้วยเลย ..
ผมที่กำลังลิมสิ้นถึงวิถีชีวิตเดิม ...
ตั้งแต่มีนายในสมอง ชั้นไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว แล้วยังกระแดะปล่อยให้มันคาราคาซังแบบนี้ เดี๋ยวปั๊ดเป่าหัวด้วยลูกซองเสียหรอก !!!!!!!!!!
.. มันทรมาน มันอยากรักตัวเอง เข้าใจกันบ้างไหมผู้บ่าว ..
.. มันอยากบอกออกไปว่า ถ้ารักแล้วมันทำร้ายตัวเองแบบนี้ ไม่อยากรักแล้ว ..
มันอยากพูด มันอยากทำให้ได้จริง มันปวดใจ เคยมองเห็นบ้างไหม ?
ความทรงจำครึ่งๆกลางๆ แบบนั้น มันจะจบลงได้เมื่อไหร่ ?
หรือชั้นต้องเป็นคนเดินจากมันไปด้วยตัวเอง ? ทั้งที่เจ็บเจียนตายแบบนี้น่ะหรือ ?
หรือช้นต้องอดทนต่อไป ทั้งที่ไม่รู้ว่าวันข้างหน้ามันจะกลายเป็นเหวลึกชันหรือไม่ แบบนั้นหรือบ่าว ?
ทั้งที่สมองมันสั่งให้เลิกไปให้รู้แล้วรู้แร่ด แต่ทำไมใจมันปวดหนึบแบบนี้วะ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! 15 agosto 225 : : Which Super Junior 's member are you ?
13 agosto 224 : : ทฤษฎีจิตวิทยาบุคลิกภาพทฤษฎีจิตวิทยาบุคลิกภาพ ., รศ.ดร.ศรีเรือน แก้วกังวาน
บุคลิกภาพ คือลักษณะเฉพาะตัวของบุคคลในด้านต่างๆ ทั้งส่วนภายนอก และส่วนภายใน ส่วนภาพนอก คือส่วนที่มองเห็นชัดเจน เช่นรูปร่างหน้าตา กิริยามารยาท ฯลฯ ส่วนภายใน คือส่วนที่มองเห็นได้ยาก แต่อาจทราบได้โดยการอนุมาน เช่นสติปัญญา ความถนัด ลักษณะอารมณ์ ฯลฯ
ทุกๆ ลักษณะของบุคลิกภาพ ต่างมีความสัมพันธ์ต่อกันและกัน และมีผลกระทบต่อกันและกันประดุจลูกโซ่ บุคลิกภาพของแต่ละบุคคลมีทั้งส่วนที่เป็นลักษณะผิวเผิน และส่วนที่เป็นนิสัยที่แท้จริง บางส่วนของบุคลิกภาพถูกซ่อนเร้น หรือถูกปิดบังอำพรางโดยจงใจและไม่จงใจ บุคลิกภาพของบุคคลมีทั้งส่วนร่วมซึ่งเป็นลักษณะสากลของมนุษย์ทุกชาติ ทุกภาษา และมีส่วนซึ่งเป็นลักษณะที่เรียกกันว่า “เฉพาะตัว”
ความเข้าใจดังกล่าวนี้ ทำให้เราสามารถทำนายลักษณะนิสัย ความสามารถ ความถนัด ความเป็นเอกลักษณ์ของบุคคล และทายพฤติกรรมของเขา ละของเราได้ค่อนข้างแม่นยำ
ทฤษฎีบุคลิกภาพ
ซิกมันด์ ฟรอยด์ ( Sigmund Freud, 1856 – 1939 )
แนวคิดที่สำคัญ (1) จิตใต้สำนึก ., จิตระดับใต้สำนึกนี้ มีกลไกทางจิตหลายประเภทด้วยกัน เช่น แรงจูงใจ อารมณ์ที่ถูเก็บกด ความรู้สึกนึกคิด ฯลฯ พลังจิตใต้สำนึกมีอิทธิพลเหนือจิตสำนึกกระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติพฤติกรรมประจำวันทั่วๆไป เป็นแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมไร้เหตุผล และผิดปกติในลักษณะต่างๆ ยามบุคคลมีอารมณ์ขุ่นมัว เคร่งเครียดด้วยความโกรธ ความอิจฉา เกลียด พยาบาท ตื่นเต้น ฯลฯ จิตใต้สำนึกมีพลังขับดันให้แสดงพฤติกรรมต่างๆมากที่สุดในภาวะนี้ และพลังจิตใต้สำนึกที่ไม่มีโอกาสได้แสดงพฤติกรรมออกมานั้น มักแปรรูปเป็นพฤติกรรมผิดปกติ รูปใดรูปหนึ่งก็ได้ การช่วยเหลือบุคคลที่มีพฤติกรรมผิดปกติประเภทนี้จำเป็นจะต้องเข้าใจถึงพลังจิตใต้สำนึกที่เป็นต้นเหตุ อาจใช้วิธีการสะกดจิต หรือทำการบำบัดแบบFree Associationเพื่อให้คนไข้เปิดเผยพลังจิตใต้สำนึก (2) โครงสร้างบุคลิกภาพ ., ประกอบด้วยพลัง 3ประการ = Id, Ego และ Super Ego ซึ่งบุคลิกภาพของผู้ใดมีลักษณะใดขึ้นอยู่กับพลัง 3ประการนี้ทำงานประสานกันในลักษณะอย่างไร 1. Id., เป็นพลังเพื่อให้ได้มาซึ่งความพอใจ โดยไม่คำนึงถึงเหตุผลตามความเป็นจริง เป็นพลังงานที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด ในช่วงวัยเด็ก พลังId มีแรงผลักดันสูงมากกว่า Ego และ Super Ego หากเด็กถูกกักกันมากเกินไปไม่ให้ได้รับความพึงพอใจตอบสนอง Id ดังนี้จะเป็นผลร้ายต่อพัฒนาการบุคลิกภาพที่สมดุลในภายภาคหน้า เช่นเป็นคนอ่อนไหวง่ายต่อคำสรรเสริญ นินทา เป็นต้น 2. Ego., เป็นพลังแห่งการรู้และเข้าใจ การรับรู้ข้อเท็จจริง การใช้เหตุผล การดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมาย การแสวงหาวิธีการเพื่อตอบสนองพลัง Id เช่น เมื่อหิว (Id) Ego จะใช้เหตุผลตรึกตรองว่าจะบำบัดความหิวด้วยวิธีใดตามสภาพแวดล้อม เช่นไปกินข้าวนอกบ้าน หรือทำอาหารกินเอง เรียกอีกอย่างว่าพลัง”รู้ความจริง (Reality Principle)” 3. Super Ego., เป็นพลังที่เกิดจากการเรียนรู้ เช่นเดียวกับ Ego แต่มีลักษณะเกี่ยวเนื่องกับค่านิยมต่างๆ Super Ego หักห้ามความรุนแรงของพลัง Id โดยเฉพาะพลังจากสัญชาตญาณแรงขับทางเพศ* และความก้าวร้าว 4. การทำงานร่วมกันของพลังทั้งสาม., พลังใดมีอิทธิพลเหนือพลังอื่นย่อมเป็นตัวชี้ลักษณะขุคลิกภาพของคนนั้นๆ เช่น ถ้าพลังIdมีอำนาจสูง บุคลิกภาพของคนผู้นั้นก็เป็นแบบเด็กไม่รู้จักโต เอาแต่ใจตัวเอง ถ้าEgoมีอำนาจสูง จะเป็นคนมีเหตุผล เป็นนักปฏิบัติ ถ้าSuper Egoสูง ก็เป็นนักอุดมคติ นักทฤษฎี โดย ดร.ประมวญ ดิคคิดสัน ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างน่าฟังว่า “ สำหรับบุคลิกภาพอันพึงประสงค์ คือความมีEgoเข้มแข็ง สามารถจัดการกับ Idได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยหลักแห่งความจริงเป็นที่ตั้ง และสามารถโน้มน้อม Super Ego ให้เข้าสู่หลักแห่งความจริง เพื่อให้เกิดการประสมประสานอย่าสนิทสนมในการดำเนินชีวิต “ (3) ขั้นตอนการพัฒนาบุคลิกภาพ ., คนแสวงหาความสุขความพอใจจากส่วนต่างๆของร่างกาย (Zone) ที่แตกต่างไปตามวัย พัฒนาไปเป็นขั้นตอนตามลำดับ เริ่มต้นจากแรกเกิดจนสิ้นสุดในวัยรุ่น เรียกการพัฒนาการแบบนี้ว่า Psychosexual Developmental Stage” โดยบุคคลใดพัฒนาไปตามขั้นตอนดังกล่าวด้วยดี ก็จะทำให้บุคคลนั้นมีพัฒนาหารทางบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ หากไม่เป็นไปดังกล่าวก็จะเกิดสภาวะ”ติดข้องอยู่(Fixation)” อาจเป็นการติดข้องอยู่ในขั้นใดขั้นหนึ่งหรือหลายขั้นก็ได้ ผู้ใดติดข้องอยู่ในวัยใดขั้นใด ก็จะยังคงแสวงหาความพอใจในขั้นที่ติดข้องอยู่ต่อไปแม้ว่าจะผ่านวัยนั้นๆ ที่เป็นไปตามขั้นตอนมาแล้ว สภาพ”ติดข้องอยู่” มีผลต่อพัฒนาการด้านบุคลิกภาพในแง่ลบ แต่บุคคลสามารถเปลี่ยนพลังนี้ให้เป็นบวกได้ หากเขารู้จักปรับตัว 1. ขั้นแสวงหาความสุขจากอวัยวะปาก (Oral Stage) ช่วงอายุโดยประมาณตั้งแต่คลอดจนถึง 18เดือน ทารกมีความสุขโดยทำกิจกรรมต่างๆด้วยปาก เช่นดูด กัด เคี้ยว ผู้ที่มีพัฒนาการขั้นนี้ไม่สมบูรณ์ในช่วงวัยนี้ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังคงชอบแสวงหาความสุขด้วยปากอยู่ดี เช่น ชอบกินจุบจิบ พูดคุย เคี้ยวหมากฝรั่ง นินทา สูบบุหรี่ เป็นต้น 2. ขั้นแสวงหาความสุขจากอวัยวะทวารหนัก (Anal Stage) ช่วงอายุตั้งแต่ 18เดือนถึง 3ปี ทารกมีความสุขโดยทำกิจกรรมที่ใช้ทวารหนัก (ขับถ่ายหรือไม่ขับถ่าย) หากช่วงเวลานี้มีพัฒนาการไม่สมบูรณ์ ทารกนั้นจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกภาพเจ้าระเบียบ จู้จี้พิถีพิถัน รักความสะอาดอย่างมาก 3. ขั้นแสวงหาความสุขจากอวัยวะเพศปฐมภูมิ (Phallic Stage) ช่วงอายุตั้งแต่ 3ถึง 6ปี เด็กมีความพึงใจทำกิจกรรมเนื่องด้วยอวัยวะเพศ เช่นเล่นกับอวัยวะเพศของตน ซึ่งเป็นการเล่นขั้นหนึ่งในการพัฒนาตามธรรมชาติ เมื่ออายุผ่านพ้นไปแล้ว เด็กจะเลิกเล่น การกระทำเช่นนี้ยังผลให้เกิดการสำนึกรู้ถึงเพศของตนอย่างลึกซึ้งว่าเป็นหญิง หรือชาย ต่อไปก็เลียนแบบบทบาททางเพศ คือเด็กเลียนแบบผู้ใหญ่เพศเดียวกับตน ซึ่งตนรู้สึกรัก ใกล้ชิดสนิทสนม เป็นยุคที่เด็กชาย “ติดแม่ เอาอย่างพ่อ” และเด็กหญิง “ติดพ่อ เอาอย่างแม่” ซึ่งฟรอยด์เชื่อว่าเป็นช่วงเวลาวิกฤต (Critical Period) เด็กหญิงเด็กชายที่ละเลยการเลียนแบบให้ถูกแนวระยะนี้ จะโตเป็นหญิงสาวชายหนุ่มที่นิยมบทบาททางเพศตรงข้ามกับเพศทางกายจริงขิงตน ฟรอยด์ยังเชื่อว่า การรู้จักผูกรักกับเพศตรงข้ามมีต้นกำเนิดในช่วงเวลานี้เช่นกัน และเขายังอธิบายปมเอดิปัส*ไว้อย่างละเอียดว่าพัฒนาขึ้นในระยะเวลานี้ พร้อมๆกับการเลียนบทบาททางเพศ เด็กเริ่มพัฒนาความก้าวร้าว อยากเป็นตัวของตัวเอง และเริ่มแสวงหาอัตลักษณ์แห่งตน (Self Identity) 4. ขั้นแสวงหาความสุขจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว (Latency Stage) ช่วงอายุ 6ถึง 11ปี เป็นระยะเวลาพักพัฒนาทักษะใหม่ (Plateau) เด็กเริ่มพัฒนาชีวิตสังคมนอกครอบครัว แสวงหาความพึงพอใจจากการติดต่อกับผู้คนรอบตัวและเพื่อนร่วมวัย 5. ขั้นแสวงหาความสุขจากแรงกระตุ้นของทุติยภูมิทางเพศ (Gential Stage) ช่วงอายุ 12ถึง 20ปี เด็กทั้งสองเพศมีความพอใจคบหาสมาคม รักใคร่ผูกพันกับเพื่อนต่างเพศ ขณะเดียวกันก็พยายามประพฤติตนให้สมบทบาททางเพศ โดยเลียนแบบคนเพศเดียวกันที่ตัวนิยม เห็นแจ่มแจ้งว่าเด็กคนไหนแสดงบทบาททางเพศผิดปกติ เช่นแสดงบทบาททางเพศตรงข้ามกับเพศจริงของตน เด็กที่ไม่มีเยื่อใยต้องใจบุคคลต่างเพศ หรือเป็นเด็กที่เลียนแบบบทบาททางเพศจากต้นแบบที่ผิด ฟรอยด์ย้ำว่า เมื่อเด็กพัฒนามาถึงขั้นนี้แล้ว มิได้หมายความว่าเลิกแสวงหาความสุขจากส่วนต่างๆของร่างกาย แต่ลดความติดใจและความเข้มข้นลง ผู้ที่พัฒนาตามขั้นไม่สมบูรณ์ก็เกิดภาวะติดข้องอยู่ ซึ่งอาจเปลี่ยนเป็นพฤติกรรมแอบแฝงรูปแบบต่างๆ หรือเปลี่ยนเป็นรูปแบบอย่างอื่นทางอ้อม แต่แรงจูงใจที่เป็นพื้นฐานคือภาวะติดข้องอยู่ กล่าวโดยสรุป บุคลิกภาพที่ดี คือการประสมประสานการได้รับความพอใจ ตอบสนองแรงกระตุ้นจากส่วนต่างๆ ของร่างกายเหล่านั้น (4) สัญชาตญาณ ., 1. ฐิติสัญชาตญาณ (Life Instinct.,มุ่งเป็น) คือสัญชาตญาณเพื่อเอาชีวิตรอด และการดำรงพันธุ์ เช่นความหิว แรงผลักดันทางเพศ สรุปได้ว่าเป็น พลังชีวิต (Libido) โดยสัญชาตญาณเพศตามมติฟรอยด์ไม่ได้จำกัดแค่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง แต่หมายรวมถึงความพึงใจ (Pleasure) ที่มนุษย์เราได้รับจากกิจกรรมทางกาย เช่นกิจกรรมทางปาก (กิน พูด ฯลฯ) 2. ภังคสัญชาตญาณ (Death Instinct., มุ่งตาย) ลักษณะที่เด่นชัดของสัญชาตญาณนี้คือ แรงกระตุ้นให้ก้าวร้าว ทำลาย เป็นความจริงที่มนุษย์ย่อมก้าวร้าวต่อตัวเอง เช่นทำให้ตัวเองเจ็บปวด ลำบาก หรือกระทำต่อผู้อื่น ฟรอยด์อธิบายว่า ทั้งฐิติสัญชาตญาณ และภังคสัญชาตญาณ เป็นพลังปะทะสร้างสรรค์ในตัวคน เช่นทั้งรักทั้งเกลียด บางครั้งกชดเชยกัน เช่นลูกน้องที่กย่องนายไม่ขาดปากต่อหน้า กลับนินทาอย่างขึงเคียดเมื่ออยู่ลับหลัง หรือภรรยาที่รักสามีมากอาจรู้สึกสบายใจเมื่อสามีจากไปไหนสักระยะหนึ่ง เป็นต้น (5) ความหวาดกลัว (Anxiety)., เกิดขึ้นเมื่อความปรารถนาของมนุษย์ไม่ได้รับการตอบสนองเสมอไป หรือEgoไม่สามารถควบคุม Id และSuper Egoได้สมดุลอย่างเหมาะเจาะเสมอมา 1. Reality Anxiety., ความไม่หวาดกลัวสิ่งแวดล้อมทางสังคมที่อยู่รอบตัวเรา เป็นต้นกำเนิดของ Neurotic Anxiety และMoral Anxiety เป็นความกังวลที่เกิดกับมนุษย์เราเป็นส่วนใหญ่ (ความเครียด ) 2. Neurotic Anxiety., ความหวาดกลัวตัวเองว่า ตนจะไม่สามารถคุมสัญชาตญาณได้ จะทำสิ่งที่น่าอับอายขายหน้า ถูกประจาน ประณามและลงโทษ 3. Moral Anxiety., ความหวาดกลัวที่เกิดจากสำนึกผิดชอบชั่วดี (6) Ego และกลวิธานป้องกันตัว (Defense Mechanism) - กระบวนการเป็นไปทางกาย - ความคับข้องใจ (Frustrations) - ความขัดแย้ง (Conflicts) - ความกระทบกระเทือนขวัญ (Threats) ภาวะเหล่านี้บีบคั้นจิตใจ มนุษย์ไม่พึงปรารถนาจึงพยายามหาทางผ่อนคลาย ดังนั้นEgoจึงแสวงหาวิธีลดภาวะไม่พึงปรารถนาเหล่านี้โดยวิธีการที่เรียกว่า “กลวิธานป้องกันตัว” ซึ่งเป็นการปฏิเสธ หรือปิดบังอำพรางความเป็นจริง เป็นกลไกทางจิตใต้สำนึก มากกว่าทางจิตสำนึก 1. การเก็บกด (Repression)., การเก็บกดความไม่พอใจต่างๆไว้ในระดับจิตใต้สำนึก คนที่โกรธเพื่อนอย่างรุนแรงอาจจำชื่อเพื่อนคนนั้นไม่ได้ หรือนึกหน้าไม่ออก บางครั้งการเก็บกดอาจแสดงออกในรูปสับที่ (Displacement) เช่นเด็กผู้ชายที่เก็บกดความก้าวร้าวต่อพ่อ แล้วไประบายความก้าวร้าวต่อเพื่อนชาย ซึ่งการเก็บกดเป็นกลไกทางจิตที่เมื่อเกิดขึ้นแล้วแก้ยากมาก เพราะว่าเขาได้กดความเครียดที่เกิดจากความกลัวนั้นไว้ในจิตใต้สำนึกเป็นเวลานาน 2. การทำตนให้เหมือน (Identification) คือการเลือกบุคคลบางคนเป็นแบบเพื่อทำตาม ซึ่งคนไม่ลอกทุกสิ่งทุกอย่างจากบุคคลที่เขายึดเป็นแบบ เขาคัดเลือกเอาแต่ลักษณะบุคลิกภาพที่เขาต้องการ ตั้งแต่เป็นเด็กจนกว่าบุคลิกภาพของตัวเองจะลงตัว สั่งสมกันมากมายในหลายช่วงตอนของชีวิต 3. การทดแทน (Displacement)., ได้แก่การหยิบยกเอาสิ่งหนึ่งมาทดแทนสิ่งที่ปรารถนาแล้วไม่สมหวังตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่ การรู้จักทดแทนนี้ทำให้เรามีวิวัฒนาการทางอารยธรรม และทำให้มนุษย์มีลักษณะบุคลิกภาพเป็นไปในด้านต่างๆ เช่นความสนใจ ค่านิยม คติ ความชอบ ฯลฯ กลวิธานDisplacementที่มีค่ามาก คือการชดเชย (Sublimation) 4. การซัดทอดโทษผู้อื่น สิ่งอื่น (Projection) เกิดจากแรงกดดันของ Neurotic Anxiety และMoral Anxiety เช่นผู้ใหญ่เดินซุ่มซ่ามเตะกระโถน กลับโทษว่าเด็กวางกระโถนไม่ถูกที่ 5. การแสดงปฏิกิริยาแกล้งทำ (Reaction Formation) ผู้ที่มีความรู้สึกอย่างหนึ่ง แต่ไม่กล้าแสดงออกตรงไปตรงมา (ปากอย่างใจอย่าง) การแสดงปฏิกิริยาแกล้งทำนี้ เมื่อแสดงบ่อยๆ จะกลายเป็นลักษณะนิสัยประจำตัวของบุคคล พฤติกรรมเสแสร้งนี้ในชีวิตประจำวันบุคคลอาจใช้เพื่อแก้ปัญหาชีวิตเป็นครั้งคราว แต่หากบุคคลใดใช้กลวิธานนี้มากและรุนแรงแล้ว เป็นการพัฒนาบุคลิกภาพที่อ่อนแอเพราะบุคคลนั้นอยู่ในโลกของการหลอกลวงตนเอง และหลอกผู้อื่น สภาพเช่นนี้เป็นภัยต่อสุขภาพจิตเป็นอย่างยิ่ง 6. การชะงักงันของพัฒนาการ (Fixation) มนุษย์เรานั้นย่อมมีพัฒนาการจากขั้นหนึ่งไปสู่อีกขั้นหนึ่งตลอดเวลาตามวัย แต่บางคนไม่ต้องการพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งไปสมตามวัย เพราะกลัวว่าถ้าหากมีพัฒนาการก้าวหน้าไปแล้ว ตนเองจะสูญเสียความมั่นคงทางจิตใจ เช่นกรณีที่เป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ยังมีพฤติกรรมเหมือนเด็กไม่รู้จักโต ก็เป็นการใช้กลวิธานแบบFixation 7. การถดถอยสู่วัยที่ผ่านมา (Regression) ในบางครั้งบางคราวบุคคลใช้กลวิธานแบบแสดงพฤติกรรมในวัยที่ผ่านมาแล้วอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด เพื่อเรียกร้องความสนใจ
กลวิธานมุกประเภท ทั้งคนปกติและผิดปกติใช้เอผ่อนคลายความหวาดกังวล ความตึงเครียด และความไม่มั่นใจโดยประการต่างๆ ความแตกต่างของพฤติกรรมปกติและผิดปกติอยู่ที่ความรุนแรงของการใช้กลวิธานนั้นว่ามีมากน้อยเพียงไร
จุดอ่อนในทฤษฎีของฟรอยด์ที่หลายประการ เช่น การเน้นพลังจูงใจก้าวร้าว และการแสวงหาความพึงใจ (พลังจูงใจเพศ)มากเกินไป ฟรอยด์ไม่ได้กล่าวถึงการปรับปรุงพัฒนาบุคลิกภาพสู่ลักษณะวัฒนะ ชะตาชีวิมนุษย์ถูกกำหนดด้วยประสบการณ์อดีตมากเกินไป ฯลฯ แต่แนวคิดของฟรอยด์มีคุณค่ามากมายหลายประการเช่น กระตุ้นให้มีการศึกษาลุคลิกภาพจากคนปกติ กระตุ้นให้มีนักคิดทฤษฎีบุคลิกภาพอื่นๆ ข้อคิดเห็นของฟรอยด์ยังเร่งเร้าให้มีการศึกษาอบรมเด็กอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันโรคประสาท โรคจิตในวัยผู้ใหญ่.. 12 agosto 223 : : edited entry..The greatest thing that you will ever learn is to love and beloved in return..
โอ้ววว พี่ชายที่รักไปอ่านเนื้อเพลงมาจาก Nat King Cole ศิลปินศตวรรษไหนไม่รู้
ท่าทางมันชอบแนวนี้มาก ตั้งแต่นอร่า โจนส์ละ...
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปานรวีผู้มีความเป็นปัจเจกสูง ( จากการรองรับโดยสถาบันสุธารัตน์ )
ไปร้องคาราโอเกะ กะเพื่อนๆในกลุ่ม ( แกงค์มาดแมน )
ร้องๆไปซักพัก.. ทำไมเพลงมันตอกย้ำกูจังวะ.. --*-- รักโจ้ผิดตรงไหน ?
คุณสุธารัตน์กล่าวว่า.. มึงร้องเพลงไหนแม่งร็อคทุกเพลงเลย ขนาดเพลงช้ามันยังร๊อค !
เฮ่ย.. กูเปล่า กูแบ๊วนะ TT________TT
แต่ดี.. เหมือนออกกำลังกายดี กลับมากินแล้วง่วง..
ง่วงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
จนถึงวันนี้ TT__________________TT
แล้วได้ฟิคมาจากพิรัลยา.. Camera ( KAMEra )
My dear., แรกๆก็สนุกดีอ่ะ หลังๆ..
คนแสนงอน ก็ง้อนงอน.. หลังๆก็เอะอะร้องไห้กลับบ้าน
คนง้อก็แสนง้อ ง้อไปง้อมาก็ตวาด "ทำไมไม่เข้าใจกันบ้าง"
พี่ชายอย่างพี่ยู เอะอะก็จะตายตามเมีย --*--
ทั้งเรื่องจะเข้าใจกันได้เมื่อไหร่ ??
เบื่อๆ เหงาๆ ว่ะ ...
กังวลนะ บ่าวตาคม.. กังวลมาก...
ทำให้ความรู้สึกนี่มันหายไปทีเถอะ.. 08 agosto 222 : : คนแบบไหนกันนะแปลกไหม.. ถ้า ขณะที่.. คนหนึ่งคนกำลังยิ้ม.. ใครอีกคนก็สามารถยิ้มได้ ขณะที่.. คนหนึ่งคนกำลังร้องไห้ ..ใครอีกคนคงเจ็บปวดแทบขาดใจ..
แล้ว คนแบบไหนกันนะ.. ทำที่ให้ใครอีกคนยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ และใจเต้นแรงจนเจ็บได้..
คนแบบไหนกันนะ..
เด็กตาคม.. ผอมลงนะ.. กล้ามที่แขนหายไปนิดหน่อย.. ผมสั้นลง..
แต่ดวงตาของเด็กคนนั้น กลับดูอ่อนโยน และอบอุ่นขึ้น.. แบบนี้.. จะเลิกรักได้อย่างไร ..
เด็กตาคม..
พี่ซาตอบคำถามแรกเอาไว้ว่า .. คนวิเศษ ผมขอเปลี่ยนคำตอบเป็น .. คนพิเศษ .. แทนได้ไหม ? 06 agosto 221 : : . . .เพิ่งอัพ 220 ไปเมื่อเย็น.. ความรักของคนมีคู่ทำให้โลกเป็นสีชมพู
มัน.. ทำให้คิดถึง..
เด็กตาคม.. งอนมันอ่ะ.. น้อยใจไปลิงที่ไหนจะรู้ ( ขโมยคำพี่ซามาพูด )
โคตรงอน.. ไปบอกรักสาวอื่น ไม่ยอมมาทำให้คนที่รออยู่มั่นใจ.. งอนได้มะ ผู้บ่าว ??
มาฟังคำผู้บ่าวง้อ (?) .. ให้คิดถึงกว่าเดิม..
คุณก็ต้องเชื่อในความรักนี้ ว่ามันจะไม่จบเหมือนที่เคยเป็นมา
ถึงลมหายใจของคุณจะไกลแค่ไหน แต่ผมก็ต้องหาให้เจอ หัวใจของผม ขอโทษที่ทำให้โดดเดี่ยว ถึงแม้จะเจ็บปวดแต่ผมกลับมีความสุข
เพราะลึกๆ ในใจแล้ว จะมีแต่คุณอยู่ในนั้น...ตลอดไป ลูกหมาใจร้าย.. ลูกหมาร้องเพลงให้ฟังเวลาที่เรางอน (?)
แต่ลูกหมาไม่ยอมทำให้เรามั่นใจ แล้วไม่งอน
ตาคมๆของลูกหมา มองสบตาเราเงียบเรียบนิ่ง แต่ไม่ยิ้ม
แล้วลูกหมาก็หันไปยิ้มให้รปภ.ที่ไหนไม่รู้ แล้วหลุบลงมามองเรานิ่งๆอีกครึ่งนาทีให้เราลนลาน
แล้วลูกหมาก็ยิ้มให้รปภ.ต่อ ! ! ! เรางอน ! ! !
ลูกหมาออกมาจากโรงพยาบาลแล้ว ลูกหมาเปลี่ยนไปนิดหน่อย
ลูกหมาเปลี่ยนไปในทางที่น่ารักขึ้น แสบขึ้น น่าฟัดขึ้น..
แต่การเปลี่ยนไปของลูกหมา ทำให้เรากังวล.. เราจะได้สบตากับลูกหมาเหมือนที่เคยรึเปล่า..
เอาเถอะ.. ถ้าสุดท้ายแล้วสายตาลูกหมามันไประริกล้อแสงไฟจากที่อื่น เราก็ไม่รู้จะเอาแรงที่ไหนไปรั้ง..
เรากำลังกังวลใจ..
ฝ้ายถามว่า.. เราไม่เชื่อใจลูกหมาตาคมหรอ ..
เชื่อได้มั้ยล่ะ ไอ่แสบเนี่ย ! ! ! !
ไกลกันคนละฟากทะเล แล้วแถมมีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังตลอดเวลา..
สัญชาตญาณความม่อมันก็ไม่ด้อยไปกว่าพวกฮยองซักเท่าไหร่หรอก..
เรากำลังคิดถึง และกังวล..
โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ไอ่บ้า ~
220 : : ความรักมันทำให้โลกเป็นสีชมพู ฮิฮิ้วววววววออกตัวก่อนนะ.. ไม่ได้สนับสนุนคู่เอ๊ก วาย แซ่ดใดๆ ไม่ได้คิดจะให้ใครตีความความรักพวกเค้าเป็นแบบนั้นด้วย จริงๆแล้วมันอาจเป็นความรักในแง่ไหนก็ได้
แต่มันน่ารัก อ่านแล้วยิ้มๆ ยิ้มแป้น ยิ้มหวาน มันน่ารักจริงๆ เค้าชอบบบบบบบบบบบบบบ เค้าอยากรักด้วย !!!!!!!!
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*--*-***-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
23 ข้อเรื่องจริงไม่อิงนิยายตำนานรักบันลือโลกของฮันชอล
CREDIT : http://saily.exteen.com/
Edited by HXH@hannieheenim.forumer.com
Special thx to Hangeng&Heechul,cyworld,forums for their secret love 1. ฮันเเกิงกับฮีชอลอยู่หอเดียวกันมาตั้งแต่ก่อนเดบิวต์และปัจจุบันก็ยังอยู่ด้วยกัน 2. เมื่อฮันเกิงเข้ามาอยู่หอเดียวกับฮีชอลและเขายังพูดภาษาเกาหลีไดไม่เก่งนั้น คนที่คอยดูแลเขาและพยายามสอนเกาหลีเขาก็คือฮีชอล ฮีชอลเองยังเคยบอกว่า แค่เขามองตาฮันเกิงก็รู้แล้วว่าฮันเกิงคิดอะไรอยู่
3. ฮีชอลมักชวนฮันเกิงออกไปช็อปปิ้งด้วยกันเสมอ ตัวอย่างเช่นในคลิปที่ทั้งคู่ไปซื้อซีดีด้วยกัน
4. เมื่อคราวเดบิวต์ใหม่ๆ มีแอนตี้แฟนของฮันเกิงที่ชอบมาด่าเขาเพราะเขาเป็นคนจีน ฮีชอลรู้เรื่องจากคังอิน ก็ยิ้มเงียบๆ คังอินบอกว่า”พี่คงไม่ไปทำอะไรพวกเขานะ” ฮีชอลไม่ตอบแต่วันต่อมาพวกนักเลงพวกนั้นก็หายไปจากชีวิตฮันเกิงทันที เห็นได้ชัดว่าฮีชอลไม่เคยปล่อยให้ใครมายุ่งกับฮันเกิง นี่เป็นเรื่องเล่าผ่านรายการวิทยุของเอสเจ
5. ตอนที่ขึ้นไลฟ์เพลงทวิน เนื่องจากฮันเกิงมีปัญหาเรื่องวีซ่าและตอนนั้นเขายังไม่สามารถเลือกช่องทีวีที่จะออกได้ จึงถูกสั่งห้ามขึ้นเวที เขาถึงกับร้องไห้และขอผู้จัดการใส่หน้ากากเต้น แต่ฮีชอลไม่ชอบใจที่ฮันเกิงไม่ได้ทำในสิ่งที่เขารัก ดังนั้นในตอนแสดงไลฟ์ฮีชอลจึงดึงฮันเกิงมาด้านหลังแล้วถอดหน้ากากเขาออก เมื่อฮันเกิงพยายามหลบกล้องฮีชอลก็กอดเขาไว้เพื่อให้เขาหันมาแสดงต่อไป
6. ก่อนที่เกิงจะได้กลับจีนครั้งแรกในเอสเจไดอารี่ เกิงเล่นคอมอยู่แล้วเห็นข้อความจากคุณพ่อเลยซึ้งจนน้ำตาซึม ฮีชอลเห็นดังนั้นก็เลยหอมแก้มเขา แล้วหัวเราะออกมาอย่างอายๆก่อนจะโชว์ภาพลับของเขาและฮันเกิงที่ถ่ายในห้องน้ำให้ดู ฮีชอลบอกว่าพวกเขาถ่ายกันเก็บไว้เอง รูปนั้นฮีชอโชว์จากมือถือของตัวเองเลยด้วย
7. ฮันเกิงเป็นเพียงคนเดียวในวงที่อายุน้อยกว่าฮีชอลเกือบปี แต่เขาบอกฮันเกิงว่าไม่ต้องเรียกเขาว่าพี่และพูดแบบสุภาพกับเขา แต่กับน้องๆคนอื่นฮีชอลจะเคร่งเรื่องนี้มาก
8. ฮีชอลชอบอ่านฟิคชั่นคู่ตัวเองกับฮันเกิงแล้วก็ไม่กล้ามองหน้าฮันเกิง << ข้อนี้เจ๊คิดไร ???
9. ฮีชอลมักชื่นชมฮันเกิงเสมอๆว่าเขาเป็นคนดีขนาดไหน เก่งขนาดไหน
10. เขาชอบกินข้าวผัดปักกิ่งของฮันเกิงมากๆ และฮันเกิงก็ชอบทำให้เขาทานเช่นกัน
11. ตอนที่ฮีชอลได้รับอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาล คิบอมจะเป็นจัดตารางเยี่ยมให้กับสมาชิกในวงและฮันเกิงจะมีตารางมาเยี่ยมฮีชอลมากที่สุด
12. เมื่อฮีชอลมาพักฟื้นที่หอพัก เขามักจะบอกให้ฮันเกิงซื้อไวท์ช็อคมาฝากเขาเสมอๆ ถ้าวันไหนฮันเกิงกลับดึกแล้วลืมฮีชอลก็จะงอน
13. ตอนที่กลับไปจีนฮันเกิงซื้อหนังสือภาษาจีนซึ่งเขียนโดยพิธีกรที่สัมภาษณ์เขาไปฝากฮีชอลพร้อมทั้งขอลายเซ็นให้ด้วย ทั้งๆที่รู้ว่าฮีชอลคงอ่านไม่ออก
14. ฮันเกิงภาษาเกาหลีดีขึ้นมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฮีชอลที่คอยสอนเขาโดยเฉพาะคำหยาบ ฮ่าๆๆ
15. ฮีชอลต้องขออนุญาติฮันเกิงก่อนเสมอ ถ้าจะเอารูปคู่ของพวกเขาสองคนลงไซเวิร์ล
16. ฮันเกิงเป็นคนที่ชอบแว่นตากันแดดมาก แต่ฮีชอลชอบเอาแว่นตาของฮันเกิงไปใส่
17. ฮีชอลบอกในคลิปHappy Birthday ของฮันเกิงว่า ฮันเกิงเปรียบเสมือนของขวัญจากพระเจ้าสำหรับเขา
18. หมาและแมวของฮีชอลชอบหยอกกันเสมอ ดูเหมือนว่าแมวจะชนะแต่จริงๆแล้วเจ้าหมาน้อยตะหากที่เป็นฝ่ายชนะ ไม่ต่างจากเจ้าของของมัน
19. เมื่อตอนแฟนคลับชาวจีนไปขอลายเซนพวกเขาที่หน้าหอพัก ฮีชอลอ้อนให้ฮันเกิงเขียนชื่อจีนของแฟนๆให้หน่อยแต่ฮันเกิงกลับยืนยิ้มเฉยๆ ฮีชอลเลยเขียนเอง เสร็จแล้วป๋าเลยเอามือไปตบบ่าฮีชอลแล้วพูดว่า”นายนี่น่ารักจริง” ตอนนั้นแฟนคลับชาวจีนอกเลยว่าเขาดูมีความสุขสุดๆ << ดูเด่ะ !
20. ในคลิปHappy Birthday ของฮันเกิง สังเกตดูดีๆ ตอนแรกฮีชอลจับมือฮันเกิงไว้ด้านบนพอฮันเกิงจะจับมือฮีชอลบ้าง ฮีชอลกลับดึงมือออกพอฮีชอลตีขาฮันเกิงเล่นๆ เขาก็เลยจับมือฮีชอลไว้แล้วจับแบบสอดประสาน ฮันเกิงเป็นคนจับเองเลยด้วย << มัน.. น่าร้ากกกกกกกกกกกกกก
21. ฮีชอลเคยให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าวันนึงเขาแต่งงานไป เขาจะเอาฮันเกิงไปอยู่ด้วย
22. เมื่อช่วงก่อนวันเกิดของฮีชอล ฮันเกิงต้องกลับจีนไปจัดการเรื่องเอกสารวีซ่าหลายวัน จนทุกคนคิดว่าเขาจะไม่กลับมาหาฮีชอลในวันเกิดของเขาซะแล้ว แต่กลับผิดคลาด เพราะเย็นวันที่เก้าฮันเกิงก็กลับมาเกาหลี พร้อมทั้งเป็นคนแรกที่บอกแฮปฮีชอล และพาเขาไปดูหนังกันสองต่อสองในรอบมิดไนท์ แถมดูหนังผีกันซะด้วย และปัจจุบันวีซ่าเขาก็ยังไม่เสร็จซะที
23. ฮีชอลเคยพูดว่าความสัมพันธ์ของเขากับฮันเกิงนั้น มันเป็นอะไรที่พูดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้อย่างบอกไม่ถูก
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*--*-***-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
.. ครึ ครึ ครึ.. ถ้าไม่เอาความคิดแบบนิยายๆ ลัทธิๆ มาจับนะ มีเพื่อนแบบนี้ ไม่รู้ต้องทำบุญกี่ชาติ..
พวกมองตารู้ใจ อ้อนได้อ้อนเอา จับมือกันขนาดนี้อ่ะ ..
ถ้าใครเป็นแฟนเอสเจ คงนึกภาพออกอยู่แล้วแหละว่าคนที่ไม่ให้ใครเล่นหัวแบบคิม ฮีชอล มันยอมมมมมมมมมมมมม กับป๋าได้แบบ.. มายเดียร์..
ถ้าคนที่มาอ่านไม่ใช่แฟนคลับซุปเปอร์จูเนียร์ กรุณานึกภาพผู้ชาย แบบหน้าสวยก็จริงแต่แมนเหี้ย แรงเหี้ยๆ ตรงไปตรงมาสุดๆ ไม่มีใครกล้าหือกับมัน
มางอนผู้ชายหน้าหล่อยิ้มๆ เอ๋อๆ หัวเราะรั่วๆ มายอมมมมมมม มาอ้อนนนนนนนนนน มาตัดพ้อต่อว่าที่ไม่ได้ไปจีนแล้วอดกินข้าวผัดฝีมือป๋า.. คิดดู !!!!!!!
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด แต่งงานแล้วจะเอาป๋าไปอยู่ด้วย ! โถ.. ไม่แต่งกันเองให้รู้แล้วรู้แร่ดไปเลยวะ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ยังจำได้เลยว่าเจ๊ฮีนิม ชอบบ่นว่ารำคาญผู้ชายที่ผู้หญิงไทยหลงฉิบหายอย่างชเว ชีวอนที่มาอ้อนมันอยู่ได้
แล้วดูมันไปงอนกับผู้ชายหน้าตาไร้พิษสงคนนี้ ! พูดเกาหลีก็ไม่ค่อยรอด ยิ้มหล่อ หวานอุ่น หัวเราะรั่วๆแบบนี้ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ลองเอาไปใช้ดูนะ ถ้าอยากจีบสาวสวยแสบดุ ไม่กลัวใครประหนึ่งเจ๊ ต้องทำตัวให้อบอุ่นเยี่ยง ฮันกยอง !!!!!!!! เป็นกู กูก็ไปไหนไม่รอดวะ !!!!!!!!!!!!!!!!
ยัง.. เรามีอีกคู่ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ป่ะปี๊ และหม่ามี้ ~~~~
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*--*-***-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
KangTuek : เรื่องจริงไม่อิงฟิค ขาดกันไม่ได้ !
CREDIT :http://jsplus.exteen.com/
Chinese translation : 十三姨@kangteuk.com.cn
English translation : lydiafairy@kangteuk.com.cn Thai translation : ilLuSioN@2kangteuk.30.forumer.com เป็นเหตุการณ์ที่สืบเนื่องจากอุบัติเหตุวันที่ 19 เมษายน
ตอนที่อีทึกยังไม่ได้กลับมาที่หอพัก และก่อนที่จะกลับมาทำคิสเดอะเรดิโอ มีแฟนคลับคนนึงได้ยินคังอินโทรศัพท์ที่ร้านอาหาร ก่อนที่อีทึกจะกลับมาทำงานที่ Kiss the radio ฉันเจอคังอินที่ร้านอาหารใกล้ๆซินชอน และได้ยินเขาโทรศัพท์ ตอนนั้นฉันทำงานพาร์ทไทม์อยู่ที่ร้านอาหารนั้น คังอินเข้ามาที่ร้านหลังจากเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว เขากำลังโทรหาใครสักคนอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถติดต่อคนที่กำลังโทรหาได้เลย จนกระทั่งเขากดโทรศัพท์เป็นครั้งที่ 5
คังอินตะโกนว่า "ทำไมพี่ไม่รับโทรศัพท์? พี่อยากทำให้ผมเป็นบ้ารึไง?"
จากนั้น น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนไป "อา ขอโทษครับ พี่ ผมโกรธเพราะว่าพี่ไม่สนใจจะรับโทรศัพท์ผม.....ผมรู้... ขอโทษนะ...พี่โกรธรึเปล่า?..โกรธไหม??" แล้วคังอินก็ยิ้มออกมา ผู้จัดการที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาดูจะสนุกมากทีเดียว
หลังจากนั้นคังอินก็พูดว่า "กำลังกินครับ.... พี่นอนหลับดีไหม? ผมบอกแล้วไงว่าให้พักผ่อนให้มากกว่านี้...ทำไมไม่ไม่ฟังผม?...พี่ผอมมากเลยนะ..."
แล้วพวกเขาก็คุยกันเสียงเบาๆ อยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดคังอินก็เอ่ยว่า "พี่อีทึก ผมอยากให้พี่กลับมาที่หอพักของเราเร็วๆจัง ผมคิดถึงพี่จริงๆ...."
อีกนิดๆ
เรื่องที่คังอินฟังเรื่องนางฟ้าที่ไม่มีปีกแล้วรู้สึกเขินคือเรื่องจริง
เรื่องที่คุณแม่ของอีทึกเรียกคังอินว่าลูกคือเรื่องจริง เรื่องที่อีทึกคิดมากมากมายและร้องไห้เพราะโทษตัวเองคือเรื่องจริง เรื่องที่อีทึกชอบเรียกคังอินตอนดึกด้วยเสียงหวานๆและนอนคุยกันถึงเช้าคือเรื่องจริง เรื่องที่อีทึกชอบให้คังอินนวดก่อนนอนคือเรื่องจริง เรื่องที่คังอินบ่นว่าอีทึกเป็นค้างคาวและไม่ยอมพักผ่อนคือเรื่องจริง เรื่องที่คังอินชอบบ่นเรื่องพวกนี้ออกรายการวิทยุคือเรื่องจริง -*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*--*-***-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
มันน่ารัก.. มันหวาน.. มันอมยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ถึงตัดเอาคำว่า "รัก" ในแบบ..คู่รักออกไป ( แม้เฟรินจะเชื่อไปแล้วครึ่งนึงว่ามันรักกัน -- -- )
ถึงเอาคำว่าเพื่อน พ่อ แม่ หรือพี่น้อง เอามาแทนที่..
ถ้ามีแบบนี้ในชีวิตซักคน..
. . . ขอความกรุณาอยู่ข้างๆเฟรินตลอดชีวิต โดยไม่จากไปไหนเถอะนะ . . .
โฮ... น่ารักเว้ยยยยยยยยยยยยย
มันเป็นความรักแบบที่เฟรินไม่คุ้นเคย ความรักที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ความเอาใจใส่ ไม่เห็นแก่ตัว..
เป็นความรักที่แม้แต่เฟรินเองก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถให้คนอื่นได้แบบนี้รึเปล่า..
อ๊า ~ วันนี้นิขขิคุงเป็นสีชมพู ~ ~ ~ ~ 04 agosto 大切な君へ ., Kumi KodaSong Name: 大切な君へ ( แด่เธอที่สำคัญ )
空に浮かんだ月を จ้องมองจันทร์ที่ลอยอยู่บนฟ้า และอธิษฐานอีกครั้ง
退屈だからじゃない ไม่ใช่เพราะว่าเบื่อหรอกนะ แต่การที่มีเธออยู่
You are the only one. I know. I am sure.
空に浮かんだ大きな บนท้องฟ้า.. เมฆก้อนใหญ่ได้ซ่อนดวงจันทร์เอาไว้ จนราวกับแสงสว่างได้ถูกกั้นขวาง
もしも道に迷って ถ้าหากว่าหลงทาง จนความกล้าหาญมันลดหายไป
君の大きな翼を ปีกที่กว้างใหญ่ของเธอ ฉันอยากจะกระพือมันด้วยทั้งหมดที่ฉันมี
それぞれの道 แต่ละหนทาง แต่ละความฝัน อยากให้เธอเดินไปบนทางนั้นอย่างซื่อตรง
これからも君とずっと จากนี้ไปจะติดตามไปด้วยกันกับเธอไปตลอด โดยไม่แยกจาก ดูเหมือนเพลงนี้ คุมิโกะเค้าจะแต่งเนื้อเอง อบอุ่น.. ถ้าไม่แต่งให้น้องสาว คุมิโกะคงเป็นคนที่มีความเป็นพี่สาวสูงมากกก
เป็นคนที่หัวใจอบอุ่น ( ต่างจากคนแปลที่มีหัวใจเย็นเยียบ -- -- )
เป็นความรักที่อยากจะปกป้อง และซัพพอร์ตคนสำคัญของตัวเองเอาไว้ ( จากเป็ดให้โจ้ )
จะแปลเป็นภาษาอังกิดให้บ่าวตาคมด้วย แต่.. ไม่เอามาลงในนี้หรอก ครึ ครึ ครึ เขิน..
ความสามารถทางภาษาเท่าหางอึ่ง มิบังอาจ ( แล้วที่แปลภาษายุ่นนี้ไรวะ ? แหม.. มันไม่มีใครจับได้ไง -*- ครึ ครึ ครึ ) |
|
|